การพัฒนาเกษตรกรรมสำหรับพื้นที่เฉพาะ

การพัฒนาเกษตรกรรม หมายถึง กระบวนการการเปลี่ยนแปลงระบบการทำการเกษตรดั้งเดิม ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของครอบครัวเกษตรกร ทั้งในด้านเศรษฐกิจ และสังคม

การพัฒนาเกษตรกรรมทำได้หลายวิธี ส่วนใหญ่หน่วยงานของรัฐเป็นแกนนำ ในการเปลี่ยนแปลง อาจเป็นการพัฒนาเฉพาะพืชและสัตว์แต่ละชนิด หรือการพัฒนาเฉพาะเรื่อง ที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงาน เช่น การปรับปรุงระบบชลประทาน การพัฒนาที่ดิน ฯลฯ

การพัฒนาเกษตรกรรมของไทยเราที่ผ่านมา ได้ใช้วิธีการต่างๆ ตลอดเวลา แล้วแต่ยุคสมัย แต่ก็ยังไม่สามารถพัฒนาความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้สูงขึ้น ในระดับที่พอใจได้ จนอาจกล่าวได้ว่า เรายังไม่แน่ใจว่า วิธีใดดีที่สุด สำหรับเกษตรกร ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศในชนบท

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชดำริให้จัดตั้ง "ศูนย์ศึกษาการพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ" ขึ้น ในภูมิภาคต่างๆ เพื่อศึกษา ค้นคว้า ทดลอง วิจัย และแสวงหาแนวทาง และวิธีการพัฒนาด้านต่างๆ ที่เหมาะสมกับพื้นที่ และสิ่งแวดล้อมของพื้นที่นั้นๆ ให้เกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และเผยแพร่สู่เกษตรกร ในหมู่บ้านใกล้เคียง จนกระทั่งขยายผลแพร่กระจายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นวิธีการพัฒนาเกษตรกรรมสำหรับพื้นที่เฉพาะ โดยมีหลักการในการพัฒนาตามแนวทางดังนี้ คือ

๑. ศึกษา ค้นคว้า และวิจัยสภาพการณ์ต่างๆ ในพื้นที่นั้นๆ ก่อนกำหนดรูปแบบของการพัฒนา เพราะแต่ละท้องที่มีความแตกต่างกัน ทั้งในด้านปัญหาที่เกิดขึ้น และโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมต่างๆ

๒. ลักษณะการพัฒนาอยู่ในรูปเบ็ดเสร็จ มีการปรับปรุงทั้งระบบให้เกิดการพัฒนาเป็นระบบ ครบวงจร กล่าวคือ มีการวิเคราะห์ปัญหา วางแผนการผลิต การแปรรูปผลิตผล และการตลาด

๓. สนับสนุนปัจจัยที่จำเป็นต่อการพัฒนา การเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การชลประทาน ที่ดิน เงินทุน ปัจจัยการผลิต การตลาด เป็นต้น

๔. ประสานการทำงานของหน่วยงานของ รัฐและเอกชน ในลักษณะการผสมผสานร่วมมือกันทำงาน เพื่อเอื้ออำนวยประโยชน์แก่เกษตรกร อย่างเต็มที่
สภาพป่าเสื่อมโทรมเนื่องจากการบุกรุกทำลายป่า
สภาพป่าเสื่อมโทรมเนื่องจากการบุกรุกทำลายป่า

การศึกษาวิจัยพันธุ์พืช
การศึกษาวิจัยพันธุ์พืช

การให้น้ำหยดแบบท่อไม้ไผ่แก่ไม้ผล ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ  อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
การให้น้ำหยดแบบท่อไม้ไผ่แก่ไม้ผล ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ

แปลงทดลองพืชไร่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ อำเภอเมืองสกลนครจังหวัดสกลนคร
แปลงทดลองพืชไร่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ อำเภอเมืองสกลนครจังหวัดสกลนคร

อ่างเก็บน้ำที่สร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ
อ่างเก็บน้ำที่สร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ

แปลงวิจัยเพื่อการเพิ่มผลผลิตหญ้าขนในดินพรุ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ
แปลงวิจัยเพื่อการเพิ่มผลผลิตหญ้าขนในดินพรุ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ
โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

จากหลักการดังกล่าว จะขอยกตัวอย่างการพัฒนาเกษตรกรรมเฉพาะพื้นที่ ตามโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อให้เห็นลักษณะการดำเนินงานการพัฒนาได้อย่างชัดเจน คือ

๑. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอัน เนื่องมาจากพระราชดำริ

ถึงแม้ประเทศไทยจะได้วางแผนพัฒนาชนบทอย่างเป็นระบบแล้วก็ตาม แต่พื้นที่บางส่วนของภาคกลางด้านตะวันออก ก็ยังมีราษฎรที่ยากจนอยู่ ซึ่งแสดงว่า ราษฎรเหล่านี้ได้รับประโยชน์น้อย หรือแทบจะไม่ได้เลย จากการพัฒนา ทั้งนี้อาจเนื่องจากสาเหตุหลายประการ เช่น การขาดกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกิน ความแห้งแล้งของดินฟ้าอากาศ การขาดแคลนแหล่งน้ำ การขาดความรู้ในการใช้วิทยาการใหม่ๆ ทำให้การใช้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นไปอย่างไม่เหมาะสม เกิดความเสื่อมโทรมในคุณภาพของชีวิตราษฎร จึงน่าจะมีการกำหนดทิศทางการศึกษา เพื่อการจัดสรร และระดมทรัพยากรที่มีอยู่ ให้พัฒนาไปอย่างถูกต้อง และเหมาะสม

๒. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอัน เนื่องมาจากพระราชดำริ

ในเขตอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี มีพื้นที่ ซึ่งเกิดจากการบุกรุกทำลายป่า เพื่อขยายพื้นที่การเพาะปลูกของเกษตรกร เพราะสาเหตุจากการไร้ที่ทำกิน ปัญหาการเช่าที่ดิน และปัญหาเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดิน ก่อให้เกิดความไม่สมดุลของสภาพธรรมชาติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้มีพระราชดำริ ที่จะศึกษาการพัฒนาป่าไม้ โดยการให้ราษฎรเข้ามามีส่วนร่วมในการปลูกป่า และสามารถทำการเกษตรแบบต่างๆ ควบคู่ไปกับการป่าไม้ ซึ่งสามารถนำผลจากการ ศึกษา ไปใช้ในการพัฒนาป่าไม้ และการเกษตรในพื้นที่ใกล้เคียงได้

๓. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ชายฝั่งทะเลตะวันออกดูจะเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ มีชายฝั่งทะเลเป็นแนวยาวติดต่อ กันถึง ๓,๖๗๕ กิโลเมตร เป็นแหล่งประกอบอาชีพด้านการเกษตร พืชไร่ สวนผลไม้ และยังมีทรัพยากรอื่นๆ อีก เช่น แร่ธาตุ ป่าชายเลน และผลิตผลจากการประมง ต่อเนื่องกันมาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน

 ๔. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่อง มาจากพระราชดำริ

ปัญหาที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนใหญ่คือ การขาดความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ดิน น้ำ ป่าไม้ และแร่ธาตุต่างๆ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการเกษตร จึงจำเป็นต้องหารูปแบบการพัฒนาการเกษตร ให้เหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติได้ และเพื่อให้เกษตรกรมีอาชีพที่มั่นคง มีรายได้พอเลี้ยงครอบครัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริ จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานขึ้น เพื่อศึกษา และทดลองงานพัฒนาการเกษตรต่างๆ ส่งเสริมการบำรุงรักษา และพัฒนาป่าไม้ ส่งเสริมพืชเศรษฐกิจ และการแปรรูปสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม และพัฒนาอาชีพการเกษตรต่างๆ ทั้งการเพาะปลูก การประมง และการเลี้ยงสัตว์ ให้เกษตรกรมีรายได้พอเลี้ยงครอบครัวได้

๕. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ปัจจุบันพื้นที่ต้นน้ำลำธารทางภาคเหนือของประเทศ อยู่ในสภาพเสื่อมโทรม ไม่สามารถจะให้ประโยชน์ได้อย่างสมบูรณ์ ถึงแม้จะมีการศึกษา และพยายามพัฒนาพื้นที่ต้นน้ำ โดยหน่วยงานต่างๆ หลายหน่วยงาน แต่ก็ยังไม่สามารถพัฒนาพื้นที่ต้นน้ำให้สำเร็จอย่างกว้างขวางได้ และปัญหาเกี่ยวกับพื้นที่ต้นน้ำลำธาร โดยทั่วไปก็นับวันจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

๖. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่อง มาจากพระราชดำริ

ลักษณะพื้นที่ของภาคใต้ ทั้งหมด ๗๒,๙๖๑ ตารางกิโลเมตร ส่วนใหญ่ประมาณ ร้อยละ ๔๐ เป็นบริเวณภูเขา และที่สูง จะมีพื้นที่ราบที่เหมาะสมแก่การเพาะปลูกเพียง ๖,๔๐๐ ตารางกิโลเมตร หรือ ๔ ล้านไร่ ซึ่งนับได้ว่า น้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ทั้งหมด มีประชากรรวม ๖,๐๓๒,๔๐๐ คน และมีลักษณะ ดินฟ้าอากาศที่แตกต่างไปจากภาคอื่นๆ กล่าวคือ มีสภาพอากาศเพียง ๒ ฤดู คือ ฤดูร้อน ๔ เดือน และฤดูฝน ๘ เดือน ซึ่งจะมีฝนตกชุกมาก ในระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนมกราคม ภาคนี้ประกอบด้วย ๑๔ จังหวัด ตั้งแต่ชุมพร ระนอง ลงไปจนสุดชายแดนด้านใต้ เนื่องจากจังหวัดเหล่านี้ มีความแตกต่างกันในโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคม และโดยเฉพาะมีปัญหาด้านความมั่นคงเกี่ยวข้องด้วย จึงได้จัดแบ่งภาค เป็น ๒ ส่วน คือภาคใต้ตอนบน และภาคใต้ตอน ล่าง (๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้)
บริเวณภายในโรงเพาะเห็ดศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ
บริเวณภายในโรงเพาะเห็ดศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ

อ่างเก็บน้ำห้วยเดียก ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯช่วยเก็บกักน้ำไว้ใช้ในยามขาดแคลน
อ่างเก็บน้ำห้วยเดียก ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯช่วยเก็บกักน้ำไว้ใช้ในยามขาดแคลน
การดำเนินงานตามแนวคิด และวิธีการของการพัฒนาเกษตรกรรมสำหรับพื้นที่เฉพาะ

จากแนวทางการดำเนินงานตามโครงการ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้ง ๖ แห่ง แสดงให้เห็นชัดเจนว่า การพัฒนาตามพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีลักษณะเป็นการพัฒนาเกษตรกรรมสำหรับพื้นที่เฉพาะ ด้วยเหตุผลที่ว่า พื้นที่ประเทศไทย แม้จะ ไม่ใหญ่โต แต่ก็ไม่เล็กเกินไปนัก ความแตกต่างทางสภาพภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ และสังคม อย่างน้อยก็มีถึง ๖ ลักษณะ หรือ ๖ ภาค การพัฒนาในแต่ละภาค หรือแต่ละพื้นที่ ก็มีความแตกต่างกันไปด้วย ดังนั้น แนวทางการพัฒนา จึงได้เน้นเป็น พื้นที่ โดยหวังผลว่า ตัวอย่างของการพัฒนาของแต่ละศูนย์ฯ จะสามารถเป็นแบบอย่างการพัฒนาเกษตรกรรมในภาคนั้นๆ ได้

อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานในศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ทุกศูนย์ได้ใช้หลักการพัฒนา สำหรับพื้นที่เฉพาะเหมือนกันทั้งหมด จะแตกต่างกันเฉพาะวิธีการดำเนินงาน ให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่เท่านั้น โดยมีการศึกษาวิเคราะห์สภาพพื้นที่ ก่อนการวางแนวทางการพัฒนาเสมอ ทั้งนี้เพื่อให้แนวทางการพัฒนา สอดคล้องกับสภาพของเกษตรกร และสิ่งแวดล้อม ในแต่ละพื้นที่นั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาที่ดิน การพัฒนาแหล่งน้ำ การพัฒนาพันธุ์พืชและสัตว์ หรือแม้กระทั่งการพัฒนาด้านการตลาด และผลิตผลทางการเกษตรก็ตาม ในรายละเอียดของวิธีการดำเนินงาน ตามโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ดังได้ยกตัวอย่างมาแล้วข้างต้น จะเห็นได้ว่า สอดคล้องกับหลักการของการพัฒนาเกษตรกรรม ทั้งในด้านแนวคิด และวิธีการดังนี้

๑. สอดคล้องกับแนวความคิดในการ พัฒนาเกษตรกรรม

การใช้วิทยาการใหม่ๆ เพื่อปรับปรุงระบบเกษตรกรรมนั้น มีปัจจัยที่สำคัญ ๓ ประการ ที่เกี่ยวข้อง คือ

๑. ปัจจัยที่มาจากระบบเศรษฐกิจ
๒. ปัจจัยที่มาจากเกษตรกร
๓. ปัจจัยที่มาจากทรัพยากร

๒. สอดคล้องกับวิธีการพัฒนาเกษตรกรรม

จากแนวความคิดในการพัฒนาเกษตรกรรม รวมทั้งปัจจัยต่างๆ ที่จะสนับสนุนให้การพัฒนามีประสิทธิภาพ และบรรลุวัตถุประสงค์ ในการที่จะให้เกษตรกร มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มีกิจกรรมหลายประเภท ที่ต้องดำเนินการพัฒนา ในพื้นที่เฉพาะเป็นแห่งๆ ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยการผลิตทางการเกษตร เช่น การพัฒนาที่ดิน และแหล่งน้ำ การพัฒนาพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ การพัฒนาด้านการตลาด เพื่อผลิตผลทางการเกษตร รวมทั้งการพัฒนาวิทยาการการเกษตร ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เป็นต้น

๒.๑ การพัฒนาที่ดิน

ที่ดินเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญ ในการเกษตรกรรม การจัดหาที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกรผู้ยากไร้ และการอนุรักษ์ดิน ให้มีสภาพเหมาะสม กับการประกอบอาชีพทางการเกษตรตลอดไป เป็นกิจกรรมหลัก ในการพัฒนาที่ดิน เพื่อเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การอนุรักษ์ดิน ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ยาวนาน

๒.๒ การพัฒนาแหล่งน้ำ

ประเทศไทยต้องประสบกับภาวะฝนแล้ง น้ำท่วม เป็นประจำทุกปี ก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และการพัฒนาประเทศ ในทุกด้านทุกสาขา โดยเฉพาะด้านการเกษตร ซึ่งเคยทำรายได้ให้แก่ประเทศเป็นอันดับหนึ่ง ต้องมีมูลค่าลดลง ทั้งนี้ เนื่องจากความวิปริตของลมฟ้าอากาศ และความไม่สมดุลทางธรรมชาติ การพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่ออนุรักษ์ไว้เป็นทรัพยากรที่จำเป็นต่อการพัฒนา และการดำรงชีพของมนุษย์ เป็นสิ่งที่จำเป็นมากในปัจจุบัน

๒.๓ การพัฒนาพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์

ประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร เพื่อให้เกิดผลิตผล และมีกำไรมากที่สุด ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ แต่ปัจจัยที่สำคัญชนิดหนึ่ง คือ พันธุ์พืช หรือพันธุ์สัตว์ที่ดี ให้ผลิตผลสูง และมีคุณภาพ การศึกษาค้นคว้าวิจัย และทดลองหาพันธุ์ชนิดใหม่ๆ ตลอดจนการปรับปรุงพันธุ์เดิมให้ดีขึ้น เป็นแนวทางการพัฒนาเกษตรกรรมแนวทางหนึ่ง

๒.๔ การพัฒนาตลาดผลิตผลการเกษตร

การพัฒนาเกษตรกรรมอีกด้านหนึ่งที่สำคัญ คือ ด้านการตลาด เพื่อสนับสนุนการผลิตของเกษตรกร ให้เกิดความมั่นใจ ซึ่งแนวทางการพัฒนาจะเน้นไปยังบุคคลเป้าหมาย ๒ กลุ่ม กลุ่มแรก คือ กลุ่มของตลาดสินค้า หรือผู้รับซื้อ โดยศึกษาถึงความต้องการสินค้า ทั้งประเภท ปริมาณ และคุณภาพ หรือมาตราฐาน และกลุ่มที่สองหมายถึง เกษตรกรผู้ผลิตเอง ที่จะต้องเข้าใจในเรื่องความต้องการของตลาด ที่มีลักษณะแตกต่างกันออกไป
กล่าวโดยสรุปได้ว่า การพัฒนาเกษตรกรรมสำหรับพื้นที่เฉพาะนั้น มีลักษณะคล้ายๆ กับ การพัฒนาผสมผสาน คือ รวมกิจกรรมการพัฒนาทุกๆ อย่าง เข้าด้วยกันแบบเบ็ดเสร็จ มีการประสานสัมพันธ์กิจกรรมเหล่านั้น อย่างสอดคล้องและเป็นระบบ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ให้เหมาะสมกับสภาพในแต่ละพื้นที่ โดยมีหลักการที่สำคัญคือ ก่อนการดำเนินการพัฒนา จะต้องมีการพิจารณา หรือศึกษาสภาพพื้นที่ เพื่อให้ทราบปัญหาที่แท้จริง สาเหตุของปัญหา ความสำคัญ หรือความรุนแรงของปัญหา วิเคราะห์ ปัจจัยพื้นฐาน สภาพแวดล้อม ศักยภาพในท้องถิ่น แล้วจึงพิจารณาหาวิธีการขจัดปัญหาต่างๆ อย่างเหมาะสม ดังที่ดำเนินการอยู่ในโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้ง ๖ ภาค ทั่วประเทศ มีผลให้เกษตรกร ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ทั้งทางเศรษฐกิจ และสังคม นอกจากนั้นการพัฒนาดังกล่าว ยังสามารถนำไปเป็นรูปแบบในการปฏิบัติ เพื่อขยายการพัฒนาในพื้นที่อื่น ที่มีสภาพคล้ายคลึงกัน อันส่งผลให้มีสภาพแวดล้อมดีขึ้น และสามารถรักษาความสมดุลทางธรรมชาติของภูมิภาคต่างๆ ไว้ตลอดไป
หัวข้อก่อนหน้า