go to Kanchanapisek Website
Openning Page
Introduction to Anandamahidol Foundation
Organization
Finance
Qualification
Requirement
Divisions
Students Information
News
Articles
Contact the Foundation
back to the openning page

Picture of H.M.K Anandamahidol
Banner

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร

เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2468 ที่เมืองไฮเดลเบอร์ก ประเทศเยอรมัน เป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ ในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงมีสมเด็จพระเชษฐภคินี 1 พระองค์ และสมเด็จพระอนุชา 1 พระองค์ คือ

  • สมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
  • พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช

ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ได้ตามเสด็จสมเด็จพระบรมชนกและสมเด็จพระบรมราชชนนีไปทุกหนทุกแห่ง ได้เสด็จไปยังประเทศฝรั่งเศส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และได้ไปประทับที่เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา ระหว่างที่สมเด็จพระบรมราชชนกทรงศึกษาวิชาการแพทย์ในมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด พ.ศ. 2469-2471 เมื่อพระชนมายุ 3 พรรษาจึงได้เสด็จกลับประเทศไทย เมื่อสมเด็จพระบรมราชชนกเสด็จทิวงคตในปี พ.ศ. 2471 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลทรงมีชนมายุเพียง 4 พรรษา และทรงอยู่ในพระอภิบาลของ สมเด็จพระบรมราชชนนีแต่เพียงพระองค์เดียว

หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. 2475 สมเด็จพระบรมราชชนนีได้ขอพระราชทานพระราชานุญาติจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพาพระราชโอรส และพระราชธิดาไปประทับที่เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพื่อพระอนามัยและการศึกษาในปี พ.ศ. 2476 เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสละราชสมบัติ ในวันที่ 2 มีนาคม 2477 ตามนัยแห่งกฏมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พ.ศ. 2467 รัฐบาลด้วยความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติให้อัญเชิญ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดลขึ้นครองราชย์สืบราชสันตติวงศ์ เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 8 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เมื่อมีพระชนมายุเพียง 8 พรรษา แต่ยังคงประทับศึกษาต่ออยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ และสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เสด็จนิวัติเยี่ยมประชาชนชาวไทยเป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2481 ประทับอยู่ในประเทศไทย 2 เดือน จึงเสด็จกลับไปศึกษาต่อ ระหว่างที่ประทับอยู่ในประเทศไทย ได้ทรงประกอบพระราชพิธีและเสด็จเยี่ยมสถานที่สำคัญหลายอย่าง พระราชจริยาวัตรอันงดงามเป็นที่ชื่นชมโสมนัสของอาณาประชาราษฎร์ทั้งปวง

เมื่อสงครามมหาเอเชียบูรพาสงบลงในเดือนกันยายน พ.ศ. 2488 ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจและการเมืองหลายประการ ขวัญและจิตใจของประชาชนอยู่ในสภาพว้าเหว่ ระส่ำระสาย ในช่วงระยะนี้เอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลพร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนีและสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ ได้เสด็จนิวัติเยี่ยมประชาชนชาวไทยเป็นครั้งที่สอง เสด็จถึงประเทศไทยในวันที่ 5 ธันวาคม 2488 เป็นขวัญและกำลังใจให้ปวงชนชาวไทยมีพลังที่จะต่อสู้กับภาวะความเดือดร้อนลำเค็ญที่เกิดขึ้นในขณะนั้น

ระหว่างที่ประทับอยู่ในประเทศไทยเพียงไม่กี่เดือน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานับประการ ทั้งงานพระราชพิธี งานรัฐพิธี งานด้านการศาสนาและการศึกษา เสด็จพระราชทานปริญญาบัตร เสด็จเยี่ยมโรงพยาบาล หน่วยทหาร และสถานที่สำคัญอื่นๆ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการ ชั้นผู้ใหญ่จากหน่วยงานต่างๆ ผลัดกันเข้ามากราบบังคมทูลกิจการของหน่วยงานของตน และทรงสนพระทัยศึกษาหลักธรรมของพระพุทธศาสนา เพื่อเตรียมพระองค์จะทรงผนวชเมื่อเสด็จกลับมาประเทศไทยเป็นการถาวร

พระราชกรณียกิจที่สำคัญยิ่งและมีผลระยะยาว คือการเสด็จเยี่ยมชาวจีนในย่านสำเพ็ง เมืองไทยในขณะนั้นมีชาวจีนเข้ามาอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก หลังสงครามโลกครั้งที่สอง จีนกลายเป็นมหาอำนาจที่ชนะสงคราม มีผลทำให้ชาวจีนบางพวกในประเทศไทย คิดเรียกร้องสิทธิบางประการจากรัฐบาลไทย ทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นระหว่างชาวจีนและชาวไทย ถึงขั้นก่อความไม่สงบตั้งแต่ พ.ศ. 2488 และได้ทวีความรุนแรงและขยายพื้นที่กว้างขวางจนเกือบจะเป็นสงครามกลางเมือง เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลทรงทราบความบาดหมางนี้ ทรงพระราชดำริว่า หากปล่อยความขุ่นข้องบาดหมางไว้เช่นนี้ จะเป็นผลร้ายตลอดไป จึงทรงหาทางแก้ไขด้วยพระองค์เอง เพื่อให้ชาวจีน ซึ่งได้เคยอยู่ในเมืองไทยมาด้วยความสงบสุขได้หันมามีความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องกับคนไทยเช่นเดิม โดยตัดสินพระทัยเสด็จออกไปเยี่ยมเยียนท้องถิ่นที่ชาวจีนอาศัยอยู่ เพื่อเป็นการประสานรอยร้าว การเสด็จประพาสสำเพ็งเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 ได้ผลตามที่ทรงคาดหมายไว้ทุกประการ ชาวจีนหยุดการค้า 3 วัน เพื่อเตรียมรับเสด็จอย่างมโหฬาร ทรงใช้เวลาเสด็จพระราชดำเนินอยู่ในสำเพ็งไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ชาวจีนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทโดยใกล้ชิดตลอดระยะทาง ที่ทรงพระราชดำเนินด้วยพระบาทเป็นระยะทางไม่น้อยกว่า 3 กิโลเมตร พระมหากรุณาธิคุณเสด็จประพาสสำเพ็งในครั้งนั้น ทำให้รอยร้าวระหว่างชาวจีนและชาวไทยหายไป

พระราชกรณียกิจที่สำคัญยิ่งอีกประการหนึ่ง คือการเสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในการตรวจพลสวนสนามของกองทัพสัมพันธมิตรพร้อมด้วย ลอร์ด หลุยส์ เมาน์ตแบตตัน ณ ท้องสนามหลวงและถนนราชดำเนิน ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าประเทศไทย ยังเป็นเอกราชมิได้ถูกยึดครองโดยฝ่ายสัมพันธมิตร

ในประการสุดท้าย แม้ในระยะเวลาที่ประทับอยู่ในประเทศไทยเป็นระยะสั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ได้ทรงริเริ่มประเพณีการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในชนบทอย่างจริงจัง โดยเริ่มในจังหวัดและอำเภอใกล้ๆ กรุงเทพฯ เช่น จังหวัดสมุทรปราการ สมุทรสาคร ปทุมธานี นครปฐม ปากเกร็ด ในการเสด็จพระราชดำเนินหัวเมืองนอกกรุงเทพฯ มิได้ทรงมีพระราชประสงค์จะเยี่ยมเยียนพสกนิกรแต่เพียงอย่างเดียว หากทรงตั้งพระราชหฤทัยจะได้ศึกษาถึงลักษณะการบริหารบ้านเมืองของหน่วยราชการทุกฝ่าย ทั้งด้านการปกครองและการศาล เพื่อให้เข้าใจสภาพบ้านเมืองได้อย่างถ่องแท้ เช่นเกี่ยวกับการใช้อำนาจตุลาการ ปรากฏว่าได้เสด็จประทับบัลลังก์ เพื่อทรงไว้ซึ่งความยุติธรรมถึง 2 ครั้ง คือ บัลลังก์ศาลจังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2489 และบัลลังก์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2489

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล มีกำหนดจะเสด็จกลับไปมหาวิทยาลัยโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2489 เพื่อทำปริญญาเอก สาขานิติศาสตร์ที่ยังค้างอยู่ให้สำเร็จ แต่ได้เสด็จสวรรคตเสียก่อน เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน นับเวลาที่เสด็จประทับอยู่ในประเทศไทยได้ 6 เดือนกับ 4 วัน

ใน พ.ศ. 2539 ซึ่งเป็นปีที่จัดงานการพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปีนั้น ในวันที่ 8 มิถุนายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชโอรส พระราชธิดา และพระบรมวงศ์มายังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้อาลักษณ์อ่านประกาศเฉลิมพระปรมาภิไธย เป็นพระปรมาภิไธยอันวิเศษตามแบบแผนโบราณราชประเพณีว่า

"พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล อดุลยเดชวิมลรามาธิบดี จุฬาลงกรณราชปรียวรนัดดา มหิตลานเรศวรางกูร ไอศูรยสันตติวงศวิสุทธ์ วรุตมขัตติยศักตอรรคอุดม จักรีบรมราชวงศนิวิฐ ทศพิธราชธรรมอุกฤษฎนิบุณ อดุลยกฤษฎาภินิหารรังสฤษฎ์ สุสาธิตบูรพาธิการ ไพศาลเกียรติคุณอดุลยพิเศษ สรรพเทเวศรานุรักษ์ ธัญอรรคลักษณวิจิตรโสภาคยสรรพางค์ มหาชโนตมงคประณตบาทบงกชยุคล อเนกนิกรชนสโมสรสมมต ประสิทธิวรยศมโหดมบรมราชสมบัติ นพปฎลเศวตฉัตราดิฉัตร สรรพรัฐทศทิศวิชิตไชย สกลมไหศวริยมหาสวามินทร มเหศวรมหินทรมหารามาธราชวโรดม บรมนาถชาติอาชาวไศรย พุทธาทิไตรรัตน สรณารักษ์วิศิษฎศักตอัครนเรศรามาธิบดี พระอัฐมรามาธิบดี พระอัฐมรามาธบดินทร สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร" และในการขานพระปรมาภิไธยอย่างมัธยม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ขานว่า "พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล สกลไพศาล มหารัษฎธิบดี พระอัฐมรามาธิบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร" และอย่างสังเขปว่า "พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร"


โดยเสด็จพระราชกุศล สมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ได้ที่สำนักงานพระคลังข้างที่ ในพระบรมมหาราชวัง
โทรศัพท์ 222-0859, 224-3288 โทรสาร 226-2909, 224-9858
รายละเอียดเกี่ยวกับการพระราชทานทุน และการดำเนินงานของมูลนิธิฯ สอบถามได้ที่
สำนักงานประสานงานของมูลนิธิอานันทมหิดล ตั้งอยู่ที่ สำนักงานเลขาธิการองคมนตรี ศาลาลูกขุนใน พระบรมมหาราชวัง
โทรศัพท์ 623-5833-4 โทรสาร 623-5835

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๔๑ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร